วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มหัศจรรย์ของมะเฟือง...ควรลอง





คุณ ๆ รู้จักมะเฟืองใช่ไหมคะ  มะเฟืองมิใช่เป็นเพียงไม้มงคลเท่านั้น ดูแค่รูปร่างของมะเฟือง ก็มหัศจรรย์พออยู่แล้ว ลองมาดูสรรพคุณของมะเฟืองบ้าง ว่าจะเด็ดสะระตี่ขนาดไหน


เมื่อมีการพบปะกันในหมู่เพื่อน ซึ่งเริ่มจะมากด้วยวัยกันแล้ว หัวข้อสนทนาดูจะไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ  จึงได้รู้ว่าผู้เฒ่าคู่หนึ่ง มีอาการปวดขา ปวดหลังและสารพัดจะปวด  เฒ่าชายปวดขา ข้อเท้า และฝ่าเท้าเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงสักร้อยเล่ม นอนไม่หลับมาหลายเพลา  ลูกชายผู้กตัญญูก็นวดเฟ้นให้ แต่ก็ไม่หาย เท้ากลับบวมอลึ่งฉึ่ง ลูกชายให้วิตกกังวลยิ่งนัก จึงเสาะหาความรู้จาก google  ก็เลยรู้ว่าพ่อของเขาเป็นโรคเกาต์ขั้นรุนแรงแล้ว เขาจึงค้นวิธีรักษา  ก็พบว่ารักษาด้วยเจ้ามะเฟืองนี่แหละค่ะ แต่ต้องเป็นมะเฟืองเปรี้ยว นะคะ มะเฟืองหวานเจื้อยน่ะ ไม่ได้ผลค่ะ   


วิธีทำก็คือนำมะเฟือง เปรี้ยวสุกจำนวน 1 ผล   เกลือป่นเล็กน้อย น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำต้มสุก กะให้ได้ 2 แก้วต่อวัน ปั่นให้เข้ากันจนละเอียด กินครั้งละเกือบเต็มแก้วเช้าเย็นก่อนอาหาร ทำกินติดต่อกัน 6 วัน เจ้าของสูตรบอกว่าอาการของ โรค เกาต์ จะหายได้ ใครที่เป็น โรค เกาต์ ทดลองทำกินไม่อันตรายอะไร



ลูกชายต้มให้เฒ่าชายกิน อาการปวดขาปวดข้อก็ทุเลา และหายได้ราวปาฏิหาริย์ หลังจากนั้น จึงต้มให้เฒ่าหญิงกินบ้าง เฒ่าหญิงซึ่งปวดหลังเรื้อรัง และมีอาการของโรคกระดูกพรุนก็หายจากการปวดเช่นกัน  เขาจึงได้นำสรรพคุณของมะเฟืองสุกมาเล่าต่อ หากมีใครเป็นโรคเกาต์  หรือมีอาการปวดกระดูก ปวดร่างกายจะลองนำสูตรนี้ไปใช้ก็ไม่น่าจะเสียหายนะคะ  หรือถ้าลองกินดู ถ้าหายก็บอกต่อกันบ้างเพื่อเป็นวิทยาทานก็แล้วกันค่ะ


ทีนี้ลองมาทำความรู้จักกับเจ้ามะเฟืองเปรี้ยวกันหน่อยดีไหม อันว่ามะเฟือง หรือ AVERRHOA CARABOLA LINN. อยู่ในวงศ์   AVERRHOACEAE  มีคุณประโยชน์ทางยาอย่างมหาศาลค่ะ  เราสามารถใช้หลาย ๆ สรีระของคุณมะเฟืองให้เป็นประโยชน์ได้ อาทิเช่น     
          ยอดมะเฟือง กับยอดมะพร้าวต้มผสมกันกินแก้ไข้หวัดใหญ่

ใบต้มอาบแก้ตุ่มคัน

แก่นและรากต้มกินแก้ท้องร่วง แก้เจ็บเส้นเอ็น

ผลสระผมบำรุงเส้นผม ขจัดรังแคได้


ปัจจุบันผลมะเฟืองเปรี้ยวหาซื้อยากมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่ผลมะเฟืองหวานขาย ใครต้องการต้น มะเฟือง เปรี้ยว ไปปลูก มีขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง "คุณก็อต-คุณหลง" ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเอง อันนี้เขาบอกต่อกันมา ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ   
อ้อ..ขอแถมอีกนิด  สำหรับมะเฟืองหวาน เอามาทำแช่อิ่มอร่อยนักแล ลูกน้ำชอบกินมากค่ะ  ผู้รู้ทางด้านโภชนาการเช่นคุณสาวอิสานอินเตอร์ลองทำดูนะคะ จะได้ตามไปลองชิม 


สับปะรดนั้นมีประโยชน์อย่างไร


ใครที่ชอบรับประทานสับปะรด ทราบหรือไม่ว่า สับปะรดนั้นมีประโยชน์อย่างไร วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...

สับปะรด
เป็นพืชที่รสชาติดี

ใช้กินเป็นผลไม้ หรือปรุงเป็นอาหาร ส่วนมากนิยมนำไปแปรรูปทำเป็นสับปะรดกระป๋อง และสับปะรดกวน ส่วนใบมีเส้นใยยาวเหนียว สามารถนำไปทำเป็นเชือก หรือ ทำเป็นกระดาษ สับปะรดมีรสหวานฝาดเล็กน้อย


สารอาหารที่อยู่ในสับปะรดมีประโยชน์จำนวนมาก
และมีคุณค่าทางยาสูง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย สับปะรดยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิด




การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ
จะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ สับปะรดที่เริ่มนิ่ม มีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่า ไม่ควรรับประทาน


การรับประทานที่ถูกวิธี คือ

ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียง เป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และ เอ็มไซม์ บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หลังรับประทาน


ทราบถึงประโยชน์ของสับปะรดกันแล้ว ก็อย่าลืมหันมารับประทานสับปะรดกันเยอะ ๆ



วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กล้วย( เคล็ดลับหน้าใส )



กล้วยมาส์กผิวนุ่มชุ่มชื้น

ส่วนผสม กล้วยหอมสุก 1 ผล, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่ขาว 1 ฟอง, ดินสอพองบด 1 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ตีไข่ขาว เทโยเกิร์ตและน้ำผึ้งลงไป ตามด้วยดินสอพอง คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด

2.บดกล้วยหอมสุกจนเนื้อละเอียดเนียน แล้วลงผสมกับส่วนผสมในข้อ 1

เมื่อได้ส่วนผสมเรียบร้อยแล้ว จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ทาส่วนผสมที่ได้บนใบหน้า คอ และไหล่ นวดเบา ๆ ให้ทั่ว ทาให้หนาพอควร ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น (แต่ไม่อุ่นจัด)

ทำเป็นประจำประมาณ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ ผิวหน้าจะดูนุ่มนวลและสดใสมากขึ้น



 

 

 

กล้วยไข่ไร้สิว

สรรพคุณ ช่วยสมานผิว ขจัดสิวเสี้ยน

ส่วนผสม กล้วยไข่ 2 ผล / ไข่ไก่เฉพาะไข่ขาว 1 ฟอง / น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีผสม นำกล้วยไข่ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่ลงในโถปั่นใส่ไข่ขาวปั่นจน ละเอียดแล้วยกลง พักสักครู่ แล้วใส่น้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างช้าๆ

วิธีใช้ นำ ครีมพอกให้ทั่งหน้าเว้นดวงตาใช้นิ้วค่อยๆถูนวดเบาๆ วนทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้าๆทำอย่างนี้ประมาน1-2นาทีแล้วทิ้ไว้สักคู่จนรู้สึก ตึงจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดเราจะสึกถึงความสะอาดมากเลย



สรรพคุณ / ประโยชน์ของมะละกอ


               วันนี้เรามีอีกหนึ่งสรรพคุณของมะละกอและประโยชน์ของมะละกอมาบอกเล่าเก้าสิบให้ทุกคนผู้รักสุขภาพได้ฟังกัน หรือใครก็ตามที่ชอบนึกยี้ผลไม้อย่างมะละกอล่ะก็อาจจะต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้ถึง สรรพคุณของมะละกอ และ ประโยชน์ของมะละกอ และ สรรพคุณของมะละกอ และ ประโยชน์ของมะละกอ ที่เรานำมาบอกกันในวันนี้นั่นก็คือ ผลไม้อย่างมะละกอสุกนั่นเองค่ะ หากเป็นมะละดิบอย่างส้มตำหลาย ๆ คนคงจะไม่ค่อยปฏิเสธแต่หากเป็นเป็นมะละกอสุกหลายคนบ่นร้องยี้ซะงั้น นั้นเพื่อให้คุณเปลี่ยนใจหันมารับประทานมะละกอสุขภันมากขึ้นก็มาดู สรรพคุณของมะละกอ และ ประโยชน์ของมะละกอ กันเลยค่ะ





            มะละกอสุก ๆ เนื้อสีส้มแดงนี่แหละขอบอกว่าเป็นผลไม้ที่ดีที่สุดของความมีประโยชน์ทีเดียว ใครไม่กินก็บอกได้เลยว่า คุณกำลังพลาดของดีชนิดที่สุขภาพไม่น่าให้อภัยเลย มะละกอสุกกินง่ายกว่ามะละกอดิบตั้งเยอะสามารถปอกเปลือกแล้วลำเลียงลงกระเพาะได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการปรุงแต่งแต่อย่างใด เป็นอาหารบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างมาให้เรา ฉะนั้นเรามาว่ากันถึงความอร่อยและมีประโยชน์ของมะละกอกันเลยดีกว่า

          นอกจากเนื้อหวาน ๆ แสนอร่อยแล้วทุกส่วนของมะละกอยังสามารถนำมาใช้ทำยาได้ ผลการวิจัยพบว่า ประโยชน์ของมะละกอมีอยู่มากมายตั้งแต่ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี บรรเทาอาการท้องผูกซึ่งเป็นที่มาของโรคริดสีดวงทวาร ป้องกันอาการตับโต เป็นยาบำรุงหัวใจ ตับ และสมอง

           สรรพคุณและประโยชน์ของมะละกอยังเผื่อแผ่ไปถึงเด็กทารกที่ดูดนมมารดาอีก เพราะช่วยกระตุ้นให้แม่มีน้ำนมมากขึ้นป้องกันโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ป้องกันการติดเชื้อจากจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ เรื่องความสวยงาม มะละกอยังมีเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี ใครอยากมีผิวหน้าเนียนขาวนุ่มชุ่มชื่นก็นำมะละกอสุกครึ่งถ้วยผสมกับน้ำผึ้ง แท้ 1 ช้อน นมสดอีก 1 ช้อน ปั่นเข้าด้วยกันเป็นครีมข้น ทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 10 - 15 นาทีแล้วล้างออก เท่านี้ก็เห็นผลทันตาและทันใจทีเดียว

เป็นไงละคะ คำโฆษณาพอจะชวนเชื่อให้คุณหันมาชอบมะละกอกันได้บ้างหรือยัง







น้ำแตงโม....

น้ำแตงโม.....ช่วยขับปัสสาวะ




           แตงโม ผลไม้ลูกกลม ลูกรี ตลอดจนลูกทรงกระบอก เป็นพืชไม้เถาตระกูลเดียวกับพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงแคนตาลูป และฟัก แตงโมเป็นพืชเมืองร้อนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกาตอนเหนือและตะวันออกกลาง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Citrullus vuigaris ลำต้นเป็นเถาเลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน ใบมีลักษณะเว้าลึก 3-4 หยัก ก้านใบยาว ทั้งเถาและใบมีขน
          แตงโม มีมากมายหลายพันธุ์ให้เลือกรับประทาน พันธุ์ที่นิยมกันมาก ก็มีแตงโมจินตหรา แตงโมตอปิโดและแตงโมที่มีเนื้อสีเหลือง หรือแตงโมน้ำผึ้ง ส่วนใครที่ไม่ชอบรับประทานแตงโม เพราะรำคาญเมล็ดอันมากมายของมัน เดี๋ยวนี้เขาก็มีแตงโมพันธุ์ไม่มีเมล็ดให้เลือกซื้อเหมือนกัน แต่สนนราคาก็แพงน่าดู
          แตงโม ไม่เพียงมีรสหวานและเย็นเท่านั้น ยังมีสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซึ่งมีมากเป็นพิเศษในเนื้อแตงโมที่มีสีแดงๆ
          แตงโม เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ มีความเย็น รสหวาน รับประทานเป็นผลไม้แก้กระหายคลายร้อนได้อย่างดี หรือนำมาทำเป็นน้ำแตงโมปั่น น้ำแตงโมเชค ดื่มแก้กระหาย หรือดื่มเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ ดื่มกันได้ตลอดทั้งวัน อาจเป็นช่วงระหว่างมื้ออาหาร หรือก่อนนอนก็ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อ่อนเพลียมากๆ เช่น ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น หรือหลังจากการผ่าตัด เพราะน้ำแตงโมช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น
          น้ำแตงโม ยังช่วยทำให้ร่างกายขับปัสสาวะได้ดี จึงมีผลช่วยล้างไต ล้างกระเพาะปัสสาวะ ไม่ให้ร่างกายมีการสะสมกรดยูริค อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อ โรคเกาต์ สำหรับคนผิวหนังแห้งกร้าน อันเนื่องมาจากภาวะเลือดเป็นกรด เพราะกินเนื้อสัตว์ ของทอด ขนมหวาน อาหารแป้งขัดขาว และเครื่องดื่มพวกกาแฟ โคล่ามากเกินไป น้ำแตงโมช่วยได้ นอกจากนี้ในเนื้อแตงโมยังมีเอ็นไซม์ที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารอีกด้วย ก่อนกินข้าวก็ดื่มน้ำแตงโมสักแก้วจะได้เจริญอาหาร
          การเลือกซื้อแตงโม ต้องซื้อที่มีผิวเปลือกเรียบ ไม่เป็นรอย รูปทรงสวยงาม ถ้าเลือกซื้อที่ผ่าแล้วได้ยิ่งดี เพราะจะได้เห็นลักษณะของเนื้อแตงโมได้ เนื้อแตงโมต้องมีสีแดง เนื้อเนียน ไส้ไม่ส้ม มีรสหวานเย็น


วิธีทำน้ำแตงโม




 

น้ำแตงโมปั่น
           วิธีทำ  เนื้อแตงโม เอาเมล็ดออกหั่นชิ้นเล็ก 2 ถ้วย น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ น้ำแข็งบดละเอียด 1 ถ้วย ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่มทันที








กินองุ่นกันเถอะนะ





     ผลจากการสำรวจทั่วโลกต่อความชื่นชอบในองุ่นพบว่า..ผู้คนในแต่ละประเทศมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันในการเลือกชนิดขององุ่นในการรับประทาน ตัวอย่างเช่น ชาวออสเตรเลียจะเลือกองุ่นที่มีเนื้อแน่น ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นชอบองุ่นที่มีลูกขนาดใหญ่ สำหรับผลการสำรวจในประเทศไทยพบว่าร้อยละ 88 ของชาวไทยในความสำคัญกับความหวานจากองุ่นที่มีคุณภาพ รองลงมาคือความสด


        องุ่นนับเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้คุณค่าทางโภชนาการและการบำรุงร่างกาย โดยองุ่นนั้นประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า Phytonutrients มีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โดยการปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระที่มีสาเหตุมาจาก อากาศเป็นพิษ เช่น ควันพิษในเมืองใหญ่ หรือรังสีต่างๆ ที่เราต้องเผชิญในสถานที่ทำงานในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่รังสีจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่าเอกสาร และจากโทรศัพท์มือถือ



  ผิวขององุ่นประกบอด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่า Reseratrol ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าสามารถรักษาภาวะอักเสบ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ตายก่อนเวลาอันสมควร อีกทั้งช่วยทำให้อายุยืนยาวขึ้นอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสาเหตุให้ไวน์แดงถูกยกย่องว่ามีประโยชน์มากกว่าไวน์ขาว เพราะไวน์แดงใช้ผิวขององุ่นเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต ในขณะที่ไวน์ขาวไม่ได้ใช้ผิวองุ่นในกระบวนการผลิต


ทุเรียนราชาแห่งผลไม้


ทุเรียนได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งผลไม้
             ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด มีอย่างน้อย 9 ชนิดที่รับประทานได้ ทุเรียนมีสายพันธุ์ประมาณ 100 สายพันธุ์ให้ผู้บริโภคเลือกรับประทาน ในประเทศไทยพบทุเรียนอยู่ 5 ชนิด มิใช่ว่าจะมีแต่เพียงเนื้อนุ่ม รสชาติอร่อยเพียงอย่างเดียว คุณค่าอย่างอื่นของทุเรียนก็มีด้วยไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร ไขมัน โปรตีน น้ำ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซิน วิตามินซีแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
             นอกจากนั้นทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงทั้งยังอุดมไปด้วยกำมะถัน และคอเลส เตอรอล ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะหากกินเข้าไประดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อย่างรวดเร็วยังทำให้ร้อนในและรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว
            ในตำราสมุนไพรไทย กล่าวไว้ว่า ส่วนต่าง ๆ ของทุเรียนสามารถนำมาใช้เป็นยาได้ โดยใบมีรสขม, เย็นเฝื่อน มีสรรพคุณแก้ไข้, แก้ดีซ่าน, ขับพยาธิ และทำให้หนองแห้ง เนื้อทุเรียนมีรสหวาน, ร้อน มีสรรพคุณให้ความร้อน, แก้โรคผิวหนัง, ทำให้ฝีแห้ง และขับพยาธิ เปลือกทุเรียนมีรสฝาดเฝื่อนใช้สมานแผล, แก้น้ำเหลืองเสีย, พุพอง, แก้ฝี, ตาน, ซาง, คุมธาตุ, แก้คางทูม และไล่ยุงและแมลง ส่วนรากมีรสฝาดขมใช้แก้ไข้และแก้ ท้องร่วง
           คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถวบ้านเรา ลาว เขมร พม่า นี่แหละ เชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติให้ความร้อนซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเหงื่อออก มากกว่าปกติ วิธีโบราณที่จะลดผลกระทบจากความร้อนนี้คือรินน้ำลงในเปลือกทุเรียนหลังจาก เนื้อถูกรับประทานแล้วและดื่มน้ำนั้น อีกวิธีคือรับประทานทุเรียนไปพร้อมกับมังคุดซึ่งถูกคิดว่ามีคุณสมบัติให้ ความเย็น มีความเชื่อโบราณที่ห้ามผู้หญิงมีครรภ์หรือคนที่มีความดันเลือดสูงรับประทาน ทุเรียน
ในบางที่เชื่อว่าทุเรียนจะเป็นอันตรายเมื่อรับประทานร่วมกับกาแฟหรือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันนี้บ้านเราเองก็เชื่อ เขาว่า ห้ามกินเหล้ากับทุเรียน เพราะมัน “ร้อน” ทั้งคู่ เดี๋ยวหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี…คือบางทีรับประทานทุเรียนเพียงอย่างเดียวก็อาจตายได้ หากรับประทานมากเกินไป ไม่รู้จักความพอดี ฉะนั้น อะไร ที่มันมากเกินไปมันก็ไม่ดี เดินสายกลางดีกว่าพระท่านสอนไว้
           เรื่องนี้สิสำคัญ สำหรับบางคนนะ คือ ชาวชวาเชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติกระตุ้นความต้องการทางเพศเขาบอกว่า “ทุเรียนตก โสร่งถกขึ้น” อุ๊ย…มิน่าล่ะ!
นอกจากนี้แล้ว ทุเรียนยังสามารถนำไปแปรรูปและทำอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียนกวนอันนี้ก็อร่อย ทุเรียนกรอบก็มี แยมทุเรียนก็ได้ นอกจากอาหารหวานแล้ว อาหารคาวก็นำทุเรียนมาทำได้ ก็ทุเรียนอ่อนไงนำมาแกงได้



           เปลือกทุเรียนที่เราเคยเห็นเขาทิ้งเขาขว้างหลังจากที่ปอกเปลือกให้เรา แล้ว เชื่อไหมว่า เขาสามารถนำเปลือกทุเรียนมาทำเป็นกระดาษได้ โดยนักวิจัยจากกลุ่มวิจัยพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร